ผู้เขียน หัวข้อ: ความต้านทาน(Resistance)  (อ่าน 41 ครั้ง)

ออฟไลน์ admin

  • Administrator
  • ช่างฝึกหัด
  • *****
  • วันที่สมัครสมาชิก: พ.ค. 2018
  • กระทู้: 11
  • ความนิยม: +0/-0
  • เพศ: ชาย
  • พอใจเท่าที่มี ... ยินดีเท่าที่ได้
    • ดูรายละเอียด
  • อาชีพ: ชาวนา
ความต้านทาน(Resistance)
« เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2018, 07:53:13 AM »
ความต้านทาน
ความต้านทานเป็นคุณสมบัติของอุปกรณ์ที่ต้านการไหลของกระแสไฟฟ้า  เมื่อมีแรงดันตกคร่อมอุปกรณ์  ก็จะเกิดพลังงานขับให้กระแสไหลผ่านตัวมัน และพลังงานจะปรากฎในรูปของความร้อน ที่ตัวอุปกรณ์
ความต้านทานมีหน่วยวัดเป็นโอห์ม และสัญลักษณ์ของโอห์มคือตัวโอเมกา ohm.1 ohm เป็นค่าที่ค่อนข้างจะมีใช้น้อยมากสำหรับอิเล็กทรอนิกส์  ค่าที่ใช้บ่อยๆจะเป็น kohm และ Mohm.
1 kohm = 1000 ohm     1 Mohm = 1000000 ohm. ตัวต้านทานที่ใช้ในอิเล็กทรอนิกส์สามารถมีค่าต่ำๆเช่น 0.1 ohm จนสูงมากเช่น10 Mohm


ตัวต้านทานต่อกันแบบอนุกรม
เมื่อต่อตัวต้านทานหลายตัวอนุกรมกัน ความต้านทานรวมเท่ากับค่าความต้านทานแต่ละตัวรวมกัน ตัวอย่างเช่น ตัวต้านทาน R1 และ R2 ต่ออนุกรมกัน  ความต้านทานรวม R หาได้จาก:
ความต้านทานรวมแบบอนุกรม:   R = R1 + R2
ถ้าหากต่ออนุกรมกันหลายๆตัวก็สามารถหาค่ารวมได้: R = R1 + R2 + R3 + R4 + ...

หมายเหตุ: ความต้านทานรวมแบบอนุกรมจะมากกว่าความต้านทานแต่ละตัวเสมอ
 


ตัวต้านทานต่อกันแบบขนาน
เมื่อตัวต้านทานต่อกันแบบขนาน ผลรวมความต้านทานจะน้อยกว่าความตานทานแต่ละตัว   ตัวอย่างตัวต้านทาน R1 และ R2 ต่อขนานกัน ผลรวมความต้านทานหาได้จากสมการ:
ผลรวมความต้านทาน
สองตัวต่อแบบขนาน:     R=( R1×R2)/(R1+R2)
ถ้าตัวต้านทานมากกว่าสองตัวต่อขนานกัน สมการรวมแบบขนานจะยากมากขึ้น  สมการที่ใช้คือส่วนกลับของความต้านทานรวมแบบขนานจะเท่ากับ ผลรวมของส่วนกลับความต้านทานแต่ละตัว:
1  =   1    +    1     +     1     + ...
R     R1            R2          R3
สมการรวมความต้านแบบขนาน 2 ตัวดูจะใช้ง่ายกว่า!

หมายเหตุ: ความต้านทานรวมแบบขนานจะน้อยกว่าความต้านทานแต่ละตัวเสมอ
 


ตัวนำ, สานกึ่งตัวนำ และฉนวน
ความต้านทานของวัตถุขึ้นอยู่กับรูปร่างและวัสดุที่นำมาใช้  ในกรณีวัสดุเหมือนกัน วัตถุที่มีขนาดพื้นที่หน้าตัดเล็กกว่าหรือมีความยาวมากกว่าย่อมมีความต้านทานสูงกว่า
วัสดุสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มคือ:

ตัวนำ ซึ่งมีความต้านทานต่ำ
ตัวอย่าง: โลหะ(อลูมิเนียม ทองแดง เงิน เป็นต้น) และคาร์บอน
โลหะใช้ทำสายไฟ, ตัวสัมผัสสวิทช์ และไส้หลอด   ตัวต้านทานทำจากคาร์บอนหรือขดลวดเส้นเล็กๆ
สารกึ่งตัวนำ ซึ่งมีความต้านทาน พอประมาณ
ตัวอย่าง: เยอรมันเนียม, ซิลิคอน
สารกึ่งตัวนำใช้ทำ ไดโอด, LED, ทรานซิสเตอร์และไอซี(integrated circuits)
ฉนวน ซึ่งมีความต้านทานสูงมาก
ตัวอย่าง: พลาสติคโดยส่วนใหญ่เช่น โพลี่เธนและพีวีซี(โพลี่ไวนีลคลอไรด์), กระดาษ, กระจก
พีวีซีใช้ทำฉนวนห่อหุ้มลวดสายไฟ ป้องกันไม่ให้สัมผัสกัน
"คนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่เป็นนักฝัน แต่เขาเริ่มด้วยการลงมือทำ"

 

Powered by EzPortal